ประวัติกลุ่มโจรสลัด หมวกฟาง

webmasterตุลาคม 7, 2026

ประวัติ มังกี้ ดี. ลูฟี่ – จากเด็กชายแห่งฟูชา สู่จักรพรรดิแห่งท้องทะเล

มังกี้ ดี. ลูฟี่ หรือ “ลูฟี่” คือกัปตันของกลุ่มโจรสลัดหมวกฟาง และเป็นตัวละครเอกของเรื่อง วันพีซ เป้าหมายสูงสุดของเขาคือการค้นหา วันพีซ และก้าวขึ้นเป็น “ราชาโจรสลัด” ปัจจุบันลูฟี่มีค่าหัว 3,000 ล้านเบรี และได้รับการยอมรับให้เป็นหนึ่งในสี่จักรพรรดิแห่งท้องทะเล ข้อมูลตัวละครอย่างเป็นทางการของ วันพีซ ระบุว่าลูฟี่เกิดที่หมู่บ้านฟูชาในทะเลอีสต์บลู และมีความเกี่ยวข้องกับบุคคลสำคัญหลายคน ทั้งมังกี้ ดี. ดราก้อน ผู้เป็นพ่อ และมังกี้ ดี. การ์ป ผู้เป็นปู่

จุดเริ่มต้นกับแชงคส์

-ตอนเด็ก ลูฟี่ได้พบกับ “แชงคส์ผมแดง” และลูกเรือของเขาที่หมู่บ้านฟูชา ลูฟี่ชื่นชมชีวิตของโจรสลัดและต้องการออกทะเลเช่นเดียวกับแชงคส์ เหตุการณ์สำคัญเกิดขึ้นเมื่อลูฟี่ตกอยู่ในอันตรายจากเจ้าทะเล แชงคส์ช่วยชีวิตเขาเอาไว้จนต้องสูญเสียแขนข้างหนึ่ง หลังจากนั้นแชงคส์ได้ฝากหมวกฟางเอาไว้กับลูฟี่ พร้อมคำสัญญาว่าทั้งสองจะกลับมาพบกันอีกครั้ง หมวกฟางจึงกลายเป็นสัญลักษณ์สำคัญของความฝันของลูฟี่

การออกทะเลและการสร้างกลุ่มหมวกฟาง

-เมื่อโตขึ้น ลูฟี่ออกเดินทางด้วยเรือลำเล็กและเริ่มรวบรวมพรรคพวกของตัวเอง สมาชิกสำคัญที่เข้าร่วมในช่วงแรก ได้แก่ โซโร นามิ อุซป และซันจิ หลังจากเดินทางเข้าสู่แกรนด์ไลน์ กลุ่มหมวกฟางต้องเผชิญหน้ากับศัตรูที่แข็งแกร่งขึ้นเรื่อย ๆ ตั้งแต่รัฐบาลโลก ซีพีไนน์ ไปจนถึงโจรสลัดระดับจักรพรรดิ ลูฟี่ไม่ได้มองสมาชิกในกลุ่มเป็นเพียงลูกเรือ แต่ถือว่าพวกเขาเป็นเพื่อนและคนสำคัญที่เขาพร้อมเสี่ยงชีวิตเพื่อปกป้อง

ผลปีศาจของลูฟี่

-เดิมทีลูฟี่เข้าใจว่าตัวเองกิน “ผลโกมุ โกมุ” และได้รับความสามารถในการทำให้ร่างกายมีคุณสมบัติเหมือนยาง ต่อมามีการเปิดเผยชื่อที่แท้จริงของผลปีศาจว่าเป็น “ผลฮิโตะ ฮิโตะ โมเดล นิกะ” ซึ่งเป็นผลปีศาจสายโซออนมายา โดยพลังของมันเกี่ยวข้องกับร่างกายของ “เทพนิกะ” ลูฟี่พัฒนาความสามารถผ่านการต่อสู้จนสร้างรูปแบบการต่อสู้ต่าง ๆ เช่น เกียร์ 2, เกียร์ 3 และ เกียร์ 4 ก่อนจะก้าวไปสู่ เกียร์ 5

จากโจรสลัดหน้าใหม่สู่จักรพรรดิ

-เส้นทางของลูฟี่เต็มไปด้วยเหตุการณ์สำคัญ ทั้งสงครามมารีนฟอร์ด การฝึกสองปี การต่อสู้กับโดฟลามิงโก การเผชิญหน้ากับบิ๊กมัม และสงครามวาโนะ หลังจากการต่อสู้กับไคโด ลูฟี่สามารถเอาชนะหนึ่งในจักรพรรดิที่แข็งแกร่งที่สุดของโลกได้ และได้รับค่าหัว 3,000 ล้านเบรี พร้อมตำแหน่งจักรพรรดิ ปัจจุบันเป้าหมายของลูฟี่ยังคงเหมือนเดิม นั่นคือการเดินทางไปให้ถึงเกาะสุดท้ายและค้นหา วันพีซ เพื่อทำความฝันในการเป็นราชาโจรสลัดให้สำเร็จ สรุป: ลูฟี่ไม่ได้เริ่มต้นจากการเป็นโจรสลัดที่แข็งแกร่งที่สุด แต่เติบโตขึ้นจากการเดินทาง การต่อสู้ และความผูกพันกับพรรคพวก จนกลายเป็นหนึ่งในบุคคลที่มีอิทธิพลที่สุดในโลก วันพีซ

ประวัติ โรโรโนอา โซโร – นักล่าโจรสลัดผู้มุ่งสู่การเป็นนักดาบอันดับหนึ่ง

โรโรโนอา โซโร หรือ “โซโร” เป็นนักดาบของกลุ่มโจรสลัดหมวกฟาง และเป็นสมาชิกคนแรกที่เข้าร่วมกับลูฟี่ ก่อนออกทะเล โซโรมีชื่อเสียงในฐานะ “นักล่าโจรสลัดโซโร” เป้าหมายของเขาคือการเป็น “นักดาบอันดับหนึ่งของโลก” ซึ่งเป็นคำสัญญาที่เขาเคยให้ไว้กับคุอินะ เพื่อนสมัยเด็กของเขา

จุดเริ่มต้นของนักดาบ

-โซโรเติบโตที่หมู่บ้านชิโมสึกิในอีสต์บลู และเริ่มฝึกดาบตั้งแต่เด็ก เขาเคยแข่งขันฝีมือกับคุอินะ ลูกสาวของอาจารย์ในสำนักดาบ แม้โซโรจะพยายามเอาชนะเธอ แต่คุอินะเป็นฝ่ายเหนือกว่าเสมอ ทั้งสองเคยให้คำมั่นว่าจะต้องกลายเป็นนักดาบอันดับหนึ่งของโลก อย่างไรก็ตาม คุอินะเสียชีวิตจากอุบัติเหตุ ทำให้โซโรตัดสินใจสานต่อความฝันของทั้งคู่ด้วยตัวเอง

พบกับลูฟี่

-ก่อนเข้าร่วมกลุ่มหมวกฟาง โซโรรับงานเป็นนักล่าโจรสลัด เขาถูกจับโดยกองทัพเรือหลังจากเข้าไปช่วยเด็กคนหนึ่งและถูกลงโทษอย่างไม่เป็นธรรม ลูฟี่พบโซโรและมองเห็นความตั้งใจของเขา จึงชวนให้เข้าร่วมกลุ่มโจรสลัด จากนั้นโซโรกลายเป็นสมาชิกคนแรกของกลุ่มหมวกฟางอย่างเป็นทางการ

วิชาสามดาบ

-สิ่งที่ทำให้โซโรแตกต่างจากนักดาบทั่วไปคือการใช้ดาบสามเล่มพร้อมกัน โดยถือดาบหนึ่งเล่มด้วยมือแต่ละข้าง และอีกเล่มไว้ในปาก รูปแบบนี้เรียกว่า “สามดาบ” ตลอดการเดินทาง โซโรได้พัฒนาฝีมือจากการต่อสู้กับนักดาบและศัตรูระดับสูงมากมาย หนึ่งในคู่ต่อสู้ที่สำคัญที่สุดคือ “มิฮอว์ค” นักดาบอันดับหนึ่งของโลก ซึ่งเป็นเป้าหมายที่โซโรต้องเอาชนะให้ได้ในอนาคต

การยอมลดศักดิ์ศรีเพื่อความแข็งแกร่ง

-ช่วงเวลาหลังสงครามมารีนฟอร์ด โซโรยอมขอให้มิฮอว์คเป็นผู้ฝึกสอน แม้ว่ามิฮอว์คจะเป็นคนที่เขาตั้งเป้าว่าจะต้องเอาชนะก็ตาม การตัดสินใจครั้งนี้สะท้อนให้เห็นว่าโซโรให้ความสำคัญกับการทำให้ตัวเองแข็งแกร่งขึ้นเพื่อช่วยกัปตันและพรรคพวก

โซโรในวาโนะ

-ในวาโนะ โซโรมีบทบาทสำคัญในการต่อสู้กับกลุ่มของไคโด และในที่สุดสามารถเอาชนะคิง หนึ่งในมือขวาของไคโดได้ ปัจจุบันโซโรมีค่าหัว 1,111 ล้านเบรี และเป็นหนึ่งในนักสู้หลักของกลุ่มหมวกฟาง แม้จะมีนิสัยหลงทางและชอบหลับ แต่เมื่อถึงเวลาต่อสู้ โซโรถือเป็นหนึ่งในกำลังหลักที่ลูฟี่ไว้วางใจมากที่สุด

ประวัติ นามิ – นักเดินเรืออัจฉริยะผู้ฝันอยากสร้างแผนที่โลก

นามิ หรือ “นามิ” เป็นนักเดินเรือของกลุ่มโจรสลัดหมวกฟาง ความสามารถของเธอมีความสำคัญอย่างมากต่อการเดินทาง เพราะสภาพอากาศและกระแสน้ำในโลก วันพีซ สามารถเปลี่ยนแปลงได้อย่างรุนแรง ความฝันของนามิคือการสร้างแผนที่ของโลกทั้งใบ

ชีวิตในหมู่บ้านโคโคยาชิ

-นามิเติบโตในหมู่บ้านโคโคยาชิ และมีเบลล์เมร์เป็นแม่บุญธรรม ชีวิตของเธอเปลี่ยนไปเมื่อกลุ่มโจรสลัดมนุษย์เงือกของอารองเข้ายึดครองหมู่บ้าน นามิถูกบังคับให้ทำงานให้กับอารอง โดยใช้ความสามารถด้านการวาดแผนที่และการขโมยเงินเพื่อแลกกับความหวังว่าจะสามารถซื้ออิสรภาพให้กับหมู่บ้านได้

การพบกับลูฟี่

-ในช่วงแรกนามิไม่ได้ต้องการเป็นพวกเดียวกับลูฟี่อย่างแท้จริง เพราะเธอเกลียดโจรสลัดจากประสบการณ์ในอดีต แต่หลังจากอารองหักหลังและทำลายความหวังของเธอ นามิจึงขอความช่วยเหลือจากลูฟี่ ลูฟี่และพรรคพวกเข้าต่อสู้กับกลุ่มอารอง และช่วยปลดปล่อยหมู่บ้านโคโคยาชิ เหตุการณ์นี้ทำให้นามิตัดสินใจเข้าร่วมการเดินทางกับกลุ่มหมวกฟางอย่างเต็มตัว

นักเดินเรือของกลุ่มหมวกฟาง

-นามิมีความสามารถพิเศษในการอ่านสภาพอากาศ เธอสามารถคาดการณ์กระแสลม เมฆ และสภาพทะเลที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ความสามารถนี้มีความสำคัญอย่างมากโดยเฉพาะเมื่อกลุ่มหมวกฟางเข้าสู่แกรนด์ไลน์ ในช่วงสองปีที่หายไป นามิเดินทางไปยังเวเธอเรียและศึกษาวิทยาศาสตร์เกี่ยวกับสภาพอากาศเพิ่มเติม ทำให้เธอสามารถพัฒนาอาวุธอย่าง คลิมาเทค ให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น

อาวุธและการต่อสู้

-แม้นามิจะไม่ใช่นักสู้ระยะประชิดแบบโซโรหรือซันจิ แต่เธอสามารถต่อสู้ด้วยการควบคุมสภาพอากาศ คลิมาเทค ช่วยให้เธอสร้างเมฆ ลม และสายฟ้าเพื่อโจมตีศัตรู ต่อมาเธอยังได้รับความช่วยเหลือจาก ซุส ซึ่งเพิ่มศักยภาพการโจมตีด้วยสายฟ้าของเธออย่างมาก

ความสำคัญของนามิต่อกลุ่มหมวกฟาง

-นามิไม่ได้มีหน้าที่เพียงนำทางเรือเท่านั้น เธอยังเป็นคนที่ช่วยวางแผนเส้นทางและควบคุมทรัพยากรของกลุ่ม แม้จะมีนิสัยรักเงินและสมบัติ แต่เหตุผลสำคัญในวัยเด็กที่เธอพยายามหาเงินก็เพื่อช่วยหมู่บ้านของตัวเอง ปัจจุบันนามิมีค่าหัว 366 ล้านเบรี และยังคงเดินทางร่วมกับลูฟี่เพื่อไปให้ถึงปลายทางของแกรนด์ไลน์

ประวัติ อุซป – จากเด็กขี้โกหกสู่จอมซุ่มยิงแห่งกลุ่มหมวกฟาง

อุซป หรือ “อุซป” เป็นพลซุ่มยิงของกลุ่มโจรสลัดหมวกฟาง เขาเกิดที่หมู่บ้านไซรัปในอีสต์บลู และมีความฝันที่จะกลายเป็น “นักรบผู้กล้าหาญแห่งท้องทะเล” อุซปเป็นลูกชายของ ยาซป พลซุ่มยิงแห่งกลุ่มโจรสลัดผมแดง ทำให้เขามีพรสวรรค์ด้านการยิงมาตั้งแต่เด็ก

เด็กชายผู้ชอบโกหก

-หลังจากแม่เสียชีวิต อุซปมักออกไปตะโกนประกาศว่า “โจรสลัดกำลังมา” จนกลายเป็นนิสัย แม้คำพูดของเขามักเป็นเรื่องโกหก แต่ภายในใจอุซปต้องการเป็นโจรสลัดและอยากกลายเป็นคนกล้าหาญเหมือนพ่อ

การพบกับลูฟี่

-อุซปได้พบกับลูฟี่ในเหตุการณ์ที่กัปตันคุโระวางแผนโจมตีหมู่บ้านไซรัป แม้ชาวบ้านจะไม่เชื่อคำเตือนของอุซป เพราะเขาโกหกเป็นประจำ แต่สุดท้ายอุซปก็เลือกต่อสู้เพื่อปกป้องหมู่บ้าน หลังเหตุการณ์จบลง เขาตัดสินใจออกทะเลพร้อมกับลูฟี่

เหตุการณ์ วอเตอร์เซเว่น

-หนึ่งในช่วงสำคัญที่สุดของอุซปคือเหตุการณ์เรือ โกอิ้ง เมอร์รี่ อุซปมีความผูกพันกับเรืออย่างมาก และไม่ต้องการยอมรับว่า เมอร์รี่ ไม่สามารถเดินทางต่อได้อีก ความขัดแย้งกับลูฟี่ทำให้นามิและอุซปออกจากกลุ่มชั่วคราว ก่อนจะกลับมาในภายหลัง เหตุการณ์นี้ทำให้เห็นว่าอุซปไม่ได้เป็นเพียงตัวตลกของกลุ่ม แต่เป็นตัวละครที่มีความรู้สึกผูกพันกับเพื่อนและสิ่งที่สำคัญต่อเขาอย่างมาก

โซเงคิง และ เอนิเอส ล็อบบี้

-ใน เอนิเอส ล็อบบี้ อุซปกลับมาช่วยเพื่อนในฐานะ “โซเงคิง” หรือราชานักซุ่มยิง เขามีบทบาทสำคัญในการโจมตีจากระยะไกลและช่วยเหลือกลุ่มหมวกฟางในช่วงเวลาที่วิกฤตที่สุด หลังจากนั้นเขากลับเข้าสู่กลุ่มอีกครั้ง

การพัฒนาหลังสองปี

-หลังจากการแยกย้ายสองปี อุซปไปฝึกบนหมู่เกาะโบอินและได้เรียนรู้เกี่ยวกับพืชที่สามารถใช้เป็นอาวุธได้ เขานำ ป๊อปกรีน มาประยุกต์ใช้กับการต่อสู้ ทำให้รูปแบบการโจมตีมีความหลากหลายขึ้น ใน เดรสโรซ่า เขามีบทบาทสำคัญจนได้รับฉายา “ก็อด อุซป” และค่าหัวของเขาเพิ่มขึ้นอย่างมาก ปัจจุบันอุซปมีค่าหัว 500 ล้านเบรี และยังคงเดินหน้าสู่ความฝันในการเป็นนักรบผู้กล้าหาญแห่งท้องทะเล

ประวัติ ซันจิ – เจ้าชายแห่งเจอร์ม่า ผู้เลือกเป็นพ่อครัวของโจรสลัด

ซันจิ หรือ “ซันจิ” เป็นพ่อครัวของกลุ่มโจรสลัดหมวกฟาง และเป็นหนึ่งในนักสู้หลักของกลุ่ม แม้เขาจะเกิดในตระกูล วินสโมก ซึ่งเป็นตระกูลที่มีอำนาจในนอร์ทบลู แต่ซันจิเลือกทิ้งชีวิตของตระกูลและเดินตามเส้นทางของตัวเอง

ชีวิตวัยเด็ก

-ซันจิเป็นหนึ่งในลูกของ วินสโมก จัจจ์ ผู้นำเจอร์ม่า 66 ตั้งแต่เด็กเขาถูกพี่น้องปฏิบัติอย่างรุนแรง เพราะถูกมองว่าอ่อนแอและแตกต่างจากพวกเขา แม่ของเขา โซระ เป็นคนที่พยายามปกป้องซันจิและทำให้เขายังคงมีความรู้สึกเห็นอกเห็นใจผู้อื่น

พบกับเซฟ

-เหตุการณ์ที่เปลี่ยนชีวิตซันจิเกิดขึ้นเมื่อเขาพบกับเซฟ ทั้งสองประสบเหตุเรืออับปางและต้องติดอยู่บนเกาะเป็นเวลานาน เซฟยอมเสียสละอย่างหนักเพื่อให้ซันจิมีชีวิตรอด หลังจากนั้นเซฟกลายเป็นทั้งอาจารย์และผู้มีพระคุณของซันจิ เซฟเคยเป็นโจรสลัดชื่อดัง “เซฟขาแดง” ก่อนจะกลายมาเป็นเจ้าของภัตตาคารลอยน้ำ บาราติเอะ

ความฝัน ออลบลู

-ซันจิมีความฝันที่จะค้นหา “ออลบลู” ทะเลในตำนานที่เชื่อกันว่ามีปลาจากทะเลทั้งสี่รวมกัน ความฝันนี้เป็นหนึ่งในเหตุผลสำคัญที่ทำให้เขาตัดสินใจออกทะเล ต่อมาเขาเข้าร่วมกลุ่มหมวกฟางหลังจากพบลูฟี่ที่ บาราติเอะ

เกาะโฮลเค้ก และความจริงเรื่องเจอร์ม่า

-ในช่วงเกาะโฮลเค้ก ความลับเกี่ยวกับอดีตของซันจิถูกเปิดเผย เขาถูกบังคับให้กลับไปเกี่ยวข้องกับครอบครัว วินสโมก และถูกวางแผนให้แต่งงานกับ พุดดิ้ง เพื่อผลประโยชน์ทางการเมือง เหตุการณ์ดังกล่าวทำให้ซันจิต้องเผชิญกับความขัดแย้งระหว่างอดีตกับชีวิตที่เขาเลือกเอง สุดท้ายกลุ่มหมวกฟางกลับมาช่วยเขา และซันจิเลือกเดินทางต่อไปกับพรรคพวก

พลังของซันจิ

-ซันจิเป็นนักสู้ที่ใช้ขาเป็นหลัก เพราะไม่ต้องการทำลายมือซึ่งเป็นสิ่งสำคัญสำหรับพ่อครัว หลังเหตุการณ์เกาะโฮลเค้ก และวาโนะ ความสามารถทางร่างกายของเขาได้รับการพัฒนาอย่างมาก ในวาโนะ ซันจิสามารถใช้ อิฟรีต จัมบ์ และเอาชนะ ควิ่น หนึ่งในสามภัยพิบัติของไคโดได้ ปัจจุบันซันจิมีค่าหัว 1,032 ล้านเบรี และยังคงเป็นหนึ่งในสามกำลังรบหลักของกลุ่มหมวกฟาง

ประวัติ โทนี่ โทนี่ ช็อปเปอร์ – กวางเรนเดียร์จมูกสีน้ำเงินที่กลายเป็นหมอประจำกลุ่มหมวกฟาง

โทนี่ โทนี่ ช็อปเปอร์ คือหมอประจำกลุ่มโจรสลัดหมวกฟาง เขาเป็นกวางเรนเดียร์ที่กินผลฮิโตะ ฮิโตะ ทำให้มีความสามารถแบบมนุษย์และสามารถแปลงร่างได้

ชีวิตบนเกาะดรัม

-ช็อปเปอร์เกิดบนเกาะดรัม และถูกฝูงกวางรังเกียจเพราะมีจมูกสีน้ำเงิน หลังจากกินผลปีศาจ เขายิ่งถูกมองว่าแตกต่างจากพวกเดียวกัน ชีวิตของเขาเปลี่ยนไปเมื่อได้พบกับ ด็อกเตอร์ ฮิลลุก ฮิลลุก เป็นหมอที่รับช็อปเปอร์มาเลี้ยงและสอนให้เขารู้จักความหมายของการช่วยเหลือผู้อื่น

ด็อกเตอร์ คุเรฮะ

-หลังจากเหตุการณ์ของฮิลลุก ช็อปเปอร์ได้เรียนรู้วิชาแพทย์จาก ด็อกเตอร์ คุเรฮะ เขาจึงกลายเป็นหมออย่างแท้จริง และในเวลาต่อมาได้พบกับลูฟี่ ลูฟี่ต้องการให้ช็อปเปอร์เข้าร่วมกลุ่ม แต่ในตอนแรกช็อปเปอร์ลังเล เพราะยังมีปมเกี่ยวกับอดีตของตัวเอง สุดท้ายเขาตัดสินใจออกเดินทางไปกับกลุ่มหมวกฟาง

มอนสเตอร์พอยต์

-ความสามารถของช็อปเปอร์ไม่ได้จำกัดอยู่แค่การรักษา เขาสามารถใช้ รัมเบิลบอล เพื่อควบคุมรูปแบบการแปลงร่างและเพิ่มความสามารถในการต่อสู้ หนึ่งในรูปแบบที่โดดเด่นที่สุดคือ มอนสเตอร์พอยต์ ซึ่งเพิ่มพละกำลังมหาศาล แต่ในอดีตมีข้อจำกัดและความเสี่ยงสูง หลังการฝึกสองปี ช็อปเปอร์สามารถควบคุมพลังได้ดีขึ้นมาก

หมอที่ต้องการรักษาทุกคน

-เป้าหมายของช็อปเปอร์ไม่ได้เป็นเพียงการเป็นหมอประจำเรือ แต่ต้องการเป็นหมอที่สามารถรักษาโรคได้ทุกชนิด เขามักถูกมองว่าเป็นสัตว์เลี้ยงของกลุ่มจากคนภายนอก แต่ความจริงแล้วเป็นหนึ่งในสมาชิกที่มีความสามารถสูงและมีบทบาทสำคัญต่อการเดินทาง ปัจจุบันช็อปเปอร์ยังคงทำหน้าที่เป็นแพทย์ประจำกลุ่มหมวกฟาง และมีค่าหัวเพียง 1,000 เบรี ซึ่งเป็นหนึ่งในมุกประจำเรื่อง แม้ความสามารถจริงจะสูงกว่าค่าหัวมาก

ประวัติ นิโค โรบิน – เด็กแห่งโอฮารา ผู้ตามหาประวัติศาสตร์ที่แท้จริง

นิโค โรบิน เป็นนักโบราณคดีของกลุ่มหมวกฟาง และเป็นหนึ่งในบุคคลที่มีความสำคัญต่อความลับของโลก วันพีซ มากที่สุด เธอเกิดบนเกาะโอฮารา และสามารถอ่านอักษรโบราณได้ ซึ่งเป็นความสามารถที่รัฐบาลโลกต้องการกำจัด ปัจจุบันโรบินมีค่าหัว 930 ล้านเบรี

เด็กอัจฉริยะแห่งโอฮารา

-โรบินเติบโตในโอฮารา ซึ่งเป็นเกาะที่มีชื่อเสียงด้านการศึกษาและโบราณคดี เธอเริ่มศึกษาโบราณคดีตั้งแต่เด็กและมีความสามารถโดดเด่นมาก สิ่งที่ทำให้รัฐบาลโลกหวาดกลัวคือความสามารถในการอ่าน โพเนกลีฟ ซึ่งเป็นหลักฐานที่เกี่ยวข้องกับประวัติศาสตร์ที่ถูกปกปิด

การทำลายโอฮารา

-รัฐบาลโลกส่งคำสั่ง บัสเตอร์คอล มาทำลายโอฮารา โรบินกลายเป็นผู้รอดชีวิตเพียงคนเดียวจากเหตุการณ์ดังกล่าว หลังจากนั้นเธอถูกตั้งค่าหัวตั้งแต่อายุเพียง 8 ปี และถูกเรียกว่า “เด็กปีศาจ” เธอต้องใช้ชีวิตหลบหนีรัฐบาลโลกและเปลี่ยนกลุ่มที่ร่วมทางอยู่หลายครั้งเพื่อเอาตัวรอด

มิสออลซันเดย์

-ก่อนเข้าร่วมกลุ่มหมวกฟาง โรบินเคยทำงานร่วมกับองค์กร บาโรกเวิร์กส์ ภายใต้ชื่อ มิสออลซันเดย์ ในช่วงอลาบาสต้า เธอได้พบกับลูฟี่และกลุ่มหมวกฟางอย่างจริงจัง หลังจาก ครอคโคไดล์ พ่ายแพ้ โรบินขอเข้าร่วมกลุ่ม แม้ในตอนแรกเธอจะยังไม่เปิดใจเต็มที่ แต่เวลาผ่านไปเธอกลายเป็นหนึ่งในสมาชิกที่สำคัญที่สุด

ฉันอยากมีชีวิตอยู่

-เหตุการณ์ เอนิเอส ล็อบบี้ เป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของโรบิน รัฐบาลโลกต้องการนำตัวเธอไป เพราะความสามารถในการอ่านอักษรโบราณ โรบินเชื่อว่าตัวเองจะทำให้พรรคพวกเดือดร้อน จึงยอมเสียสละตัวเอง แต่ลูฟี่และสมาชิกกลุ่มหมวกฟางกลับประกาศว่าจะช่วยเธอ เหตุการณ์นี้นำไปสู่ฉากสำคัญที่โรบินยอมรับความต้องการที่จะมีชีวิตอยู่และขอให้เพื่อนช่วยเธอ

เป้าหมายของโรบิน

-ความฝันของโรบินคือการค้นหาประวัติศาสตร์ที่แท้จริงของโลก และตามหา เรียว โพเนกลีฟ ด้วยเหตุนี้เธอจึงเป็นหนึ่งในสมาชิกที่มีบทบาทโดยตรงต่อความลับของโลก วันพีซ หลังเหตุการณ์วาโนะ โรบินยังคงเดินทางกับกลุ่มหมวกฟาง และปัจจุบันมีค่าหัว 930 ล้านเบรี

ประวัติ แฟรงกี้ – ช่างต่อเรือไซบอร์กแห่งกลุ่มหมวกฟาง

แฟรงกี้ หรือ คัตตี้ แฟลม เป็นช่างต่อเรือของกลุ่มโจรสลัดหมวกฟาง เขาเป็นหนึ่งในผู้สร้าง เธาซันด์ ซันนี่ และเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านการต่อเรือและเครื่องจักร

เด็กชายผู้รักการต่อเรือ

-แฟรงกี้เติบโตในวอเตอร์เซเว่น และมีความสนใจในการสร้างเรือตั้งแต่เด็ก เขาได้รับการฝึกจาก ทอม ช่างต่อเรือผู้มีชื่อเสียง และได้เรียนรู้ศาสตร์การสร้างเรืออย่างจริงจัง ทอมยังเป็นผู้สร้างเรือ โอโร แจ็คสัน ให้กับ โกล ดี. โรเจอร์ อีกด้วย

เหตุการณ์รถไฟทะเล

-ชีวิตของแฟรงกี้เปลี่ยนไปหลังเหตุการณ์ที่เกี่ยวข้องกับทอมและรัฐบาลโลก หลังทอมถูกจับ แฟรงกี้ได้รับบาดเจ็บสาหัสจากรถไฟทะเล เพื่อเอาชีวิตรอด เขานำชิ้นส่วนเครื่องจักรมาซ่อมแซมร่างกายตัวเองจนกลายเป็นไซบอร์ก

แฟรงกี้แฟมิลี่

-หลังจากนั้น แฟรงกี้กลายเป็นหัวหน้ากลุ่ม แฟรงกี้แฟมิลี่ ในวอเตอร์เซเว่น เขามีความขัดแย้งกับกลุ่มหมวกฟางในช่วงแรก แต่เหตุการณ์เกี่ยวกับโรบินและรัฐบาลโลกทำให้ทั้งสองฝ่ายกลายเป็นพันธมิตรกัน แฟรงกี้ช่วยกลุ่มหมวกฟางใน เอนิเอส ล็อบบี้ และหลังเหตุการณ์นั้นจึงเข้าร่วมเป็นสมาชิกอย่างเป็นทางการ

เธาซันด์ ซันนี่

-แฟรงกี้เป็นผู้สร้างเรือ เธาซันด์ ซันนี่ โดยใช้ไม้ Adam ซึ่งเป็นวัสดุหายากและมีความแข็งแรงสูง เรือลำนี้กลายเป็นเรือหลักของกลุ่มหมวกฟางหลัง โกอิ้ง เมอร์รี่ แฟรงกี้ยังสร้างระบบอาวุธและเครื่องจักรจำนวนมากให้กับเรือและสมาชิกในกลุ่ม

การฝึกกับเวการ์พังก์

-หลังจากถูกแยกจากเพื่อนในช่วงสองปี แฟรงกี้ได้เข้าไปศึกษาความรู้ด้านเทคโนโลยีของ เวการ์พังก์ ความรู้เหล่านี้ทำให้ร่างกายและอาวุธของเขาพัฒนาขึ้นอย่างมาก ปัจจุบันแฟรงกี้ยังคงทำหน้าที่เป็นช่างต่อเรือและนักประดิษฐ์ของกลุ่มหมวกฟาง และมีค่าหัว 394 ล้านเบรี

ประวัติ บรู๊ค – นักดนตรีโครงกระดูกผู้กลับมามีชีวิตอีกครั้ง

บรู๊ค เป็นนักดนตรีของกลุ่มหมวกฟาง และเป็นหนึ่งในสมาชิกที่มีอดีตเกี่ยวข้องกับแกรนด์ไลน์ยาวนานกว่าสมาชิกส่วนใหญ่ เขาเป็นผู้ใช้ ผลโยมิ โยมิ และสามารถกลับมามีชีวิตได้หลังเสียชีวิต

กลุ่มโจรสลัดรุมบาร์ และ ลาบูน

-ก่อนเป็นสมาชิกหมวกฟาง บรู๊คเคยเป็นสมาชิกของกลุ่มโจรสลัดรุมบาร์ กลุ่มของเขาเคยพบวาฬชื่อ ลาบูน และเกิดความผูกพันกัน กลุ่มโจรสลัดรุมบาร์สัญญาว่าจะกลับมาพบ ลาบูน อีกครั้งหลังเดินทางผ่านแกรนด์ไลน์ แต่สมาชิกส่วนใหญ่ของกลุ่มเสียชีวิตก่อนที่จะทำตามสัญญา

ชีวิตใน ทริลเลอร์ บาร์ค

-ด้วยพลังของ ผลโยมิ โยมิ วิญญาณของบรู๊คสามารถกลับเข้าสู่โลกได้อีกครั้ง แต่ในเวลานั้นร่างกายของเขาเหลือเพียงโครงกระดูก เพราะใช้เวลานานกว่าจะค้นพบร่างตัวเอง บรู๊คจึงใช้ชีวิตอยู่เพียงลำพังใน ฟลอเรียนไทรแองเกิล เป็นเวลาหลายสิบปี

พบกับกลุ่มหมวกฟาง

-ลูฟี่พบบรู๊คใน ทริลเลอร์ บาร์ค และประทับใจในความสามารถด้านดนตรี หลังจากเอาชนะ เก๊กโค โมเรีย และแก้ปัญหาที่เกิดขึ้น บรู๊คจึงตัดสินใจเข้าร่วมกลุ่มหมวกฟาง แต่เขายังมีเป้าหมายสำคัญอีกอย่าง นั่นคือการกลับไปพบ ลาบูน

โซลคิง

-หลังการแยกย้ายสองปี บรู๊คกลายเป็นนักดนตรีชื่อดังภายใต้ชื่อ “โซลคิง” เขาใช้ชื่อเสียงและการแสดงเพื่อสร้างความสุขให้กับผู้คน ขณะเดียวกันยังคงเป็นสมาชิกกลุ่มหมวกฟาง พลังของบรู๊คไม่ได้มีเพียงดนตรี แต่ยังเกี่ยวข้องกับวิญญาณและความสามารถในการแยกจิตออกจากร่าง

เกาะโฮลเค้ก

-บรู๊คมีบทบาทสำคัญในเกาะโฮลเค้ก โดยเฉพาะภารกิจเกี่ยวกับ โพเนกลีฟ ของบิ๊กมัม ความสามารถของเขาทำให้สามารถรับมือกับศัตรูและภารกิจที่สมาชิกคนอื่นทำได้ยาก ปัจจุบันบรู๊คมีค่าหัว 383 ล้านเบรี และยังทำหน้าที่เป็นนักดนตรีประจำเรือ เธาซันด์ ซันนี่

ประวัติ จินเบ – อัศวินแห่งท้องทะเล ผู้กลายเป็นนายท้ายของกลุ่มหมวกฟาง

จินเบ หรือ “อัศวินแห่งท้องทะเล” เป็นมนุษย์เงือกฉลามวาฬ และเป็นสมาชิกคนที่ 10 ของกลุ่มหมวกฟาง เขาเคยเป็นกัปตันกลุ่มโจรสลัดพระอาทิตย์และอดีตหนึ่งในเจ็ดเทพโจรสลัด ก่อนเข้าร่วมกลุ่มของลูฟี่

ชีวิตในเกาะมนุษย์เงือก

-จินเบเติบโตในเขตมนุษย์เงือก ก่อนเข้าร่วมกองทัพอาณาจักรรีว กู ต่อมาเขาเข้าร่วมกลุ่มโจรสลัดพระอาทิตย์ของ ฟิชเชอร์ ไทเกอร์ หลัง ฟิชเชอร์ ไทเกอร์ เสียชีวิต จินเบกลายเป็นกัปตันคนต่อไปของกลุ่ม

หนึ่งในเจ็ดเทพโจรสลัด

-จินเบยอมรับตำแหน่งหนึ่งในเจ็ดเทพโจรสลัดเพื่อช่วยปกป้องเกาะมนุษย์เงือก เขายังมีความสัมพันธ์ที่ดีกับ หนวดขาว เพราะหนวดขาวช่วยปกป้องเกาะมนุษย์เงือกจากโจรสลัดกลุ่มอื่น ด้วยเหตุนี้ จินเบจึงปฏิเสธที่จะต่อสู้กับหนวดขาวในสงคราม

มารีนฟอร์ด

-จินเบถูกส่งตัวไปยัง อิมเพลดาวน์ หลังขัดคำสั่งรัฐบาลโลก ต่อมาเขาหนีออกมาพร้อมกับลูฟี่และเข้าร่วมสงครามมารีนฟอร์ด จินเบช่วยปกป้องลูฟี่อย่างต่อเนื่อง และกลายเป็นหนึ่งในบุคคลที่ลูฟี่ไว้วางใจอย่างมาก

เข้าร่วมกลุ่มหมวกฟาง

-หลังสงคราม จินเบและลูฟี่ได้พบกันอีกครั้งที่เกาะมนุษย์เงือก ลูฟี่ชวนจินเบเข้าร่วมกลุ่ม แต่จินเบยังต้องสะสางเรื่องที่เกี่ยวข้องกับบิ๊กมัมก่อน ต่อมาในช่วงเกาะโฮลเค้ก เขาประกาศตัดขาดจากกลุ่มบิ๊กมัม หลังจากนั้น จินเบกลับมาสมทบกับลูฟี่ในวาโนะ และเข้าร่วมกลุ่มหมวกฟางอย่างเต็มตัว

นายท้ายของ เธาซันด์ ซันนี่

-จินเบทำหน้าที่เป็นนายท้ายเรือของกลุ่มหมวกฟาง เขาเชี่ยวชาญ คาราเต้มนุษย์เงือก และเป็นหนึ่งในสมาชิกที่แข็งแกร่งที่สุดของกลุ่ม ปัจจุบันจินเบมีค่าหัว 1,100 ล้านเบรี และเป็นกำลังหลักของกลุ่มหมวกฟาง